HomeNext

วูซู หรือ อู่ซู่ ( Wushu) คืออะไร?

อู่ซู่ หรือวูซู คือ ศิลปะการต่อสู้ของชาวจีนที่มีมาแต่โบราณ ว่าด้วยการใช้วิธีการในการเข้าปะทะต่อสู้เป็นสาระสำคัญ มีรูปแบบการร่ายกระบวนยุทธ์และชั้นเชิงต่อสู้เป็นหลักในการฝึก และมีหลักศิลปะกายบริหารที่สืบทอดกันมา โดยมุ่ง เน้นการประสานพลังภายในและภายนอก ซึ่งเป็นจุดเด่นของวิทยาการวูซู

" อู่" หมายถึง การต่อสู้ หรือการทหาร ส่วนคำว่า "ซู่" หมายถึง ศิลปะ และความชำนาญ ดังนั้น "อู่ซู่" จึงหมายถึง ทักษะความชำนาญในการต่อสู้ ซึ่งชาวไทยรู้จักกันในนาม กังฟู ( คำว่า กังฟู เป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่า " ฝีมือ" มิได้สื่อความหมายเกี่ยวกับหมัดมวยแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงการเรียกขานแทนการไปฝึกฝีมือของชาวพื้นเมืองทางตอนใต้ของประเทศจีน ต่อมาเมื่อจีนแผ่นดิน ใหญ่เปิดประเทศ และวิชามวยของจีนเริ่มมีบทบาท จึงได้กำหนดให้ใช้คำศัพท์ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ คำว่า อู่ซู่ จึงถูกเรียกขานแทนคำว่า กังฟู) ส่วนวูซู (wushu) นั้นเป็นการเรียกตามเสียงภาษาอังกฤษ

ประวัติอู่ซู่ หรือวูซู

วูซู หรืออู่ซู่ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศจีน ที่มีการสืบทอดกันมาหลายศตวรรษ และยังสามารถรักษาความสมบูรณ์ของศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมของจีนมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากสถาปนารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว อู่ซู่ได้ถูกบัญญัติเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมระบอบสังคม น ิยม และเป็นกิจกรรมเพื่อการบริหารสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป   ภายใต้การนำของการกีฬาแห่งชาติและสมาคมอู่ซู่แห่งประ เทศจีน ตามพื้นที่ต่างๆ ของจีน ไม่ว่าจะเป็นระดับมณฑล ระดับจังหวัด หรือเขตอำเภอ แม้แต่เขตปกครองตนเอง ก็ได้มีการจัดตั้งองค์กรหรือสมาคมอู่ซู่ขึ้นอย่างมากมายทั่วทุกหัวละแหง อาทิ สำนักอู่ซู่ สมาพันธ์อู่ซู่ องค์กรเพื่อการค้นคว้าอู่ซู่ และคณะทีมอู่ซู่สมัครเล่นจากโรงเรียนต่างๆ รวมทั้งจุดฝึกสอนวิชาอู่ซู่ตามสถานที่สาธารณะอีกด้วย นับเป็นขบวนการที่พัฒนาโดยเริ่มจากศูนย์เข้าสู่ความสำเร็จที่แพร่ หลายถึงระดับกิจกรรมโดยมวลชนทั่วไปก็มีส่วนร่วม

อู่ซู่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนทางพลศึกษาในระดับโรงเรียนต่างๆ ตามมหาวิทยาลัย และระดับอุดมศึกษาต่างก็จัดตั้งคณะทีมอู่ซู่ขึ้นในระดับวิทยาลัย หรือระดับ ปวช. และปวส. ของจีน รวมทั้งวิทยาลัยพลศึกษาก็ได้ กำหนดวิชาอู่ซู่เข้าไว้ในบทเรียนและกำหนดเป็นวิชาชีพอู่ซู่อีกด้วย ทั้งนี้ได้ให้การศึกษาดูแลทั้งนักศึกษาระดับอนุปริญญา ระดับปริญญาตรี ซึ่งเป็นนักศึกษาที่เลือกเรียนคณะอู่ซู่ศาสตร์โดยเฉพาะ ต่อมาคณะรัฐมนตรีก็ได้บัญญัติให้มีอู่ซู่ระดับปริญญาโทขึ้น ปี 1986 โดยความเห็นชอบของรัฐบาล ก็ได้ให้การสถาปนาสถาบันค้นคว้าวิจัยอู่ซู่ขึ้น เพี่อเป็นองค์กรให้การศึกษาระดับสูงและการศึกษาค้นคว้าวิชาอู่ซู่

เพื่อให้วิชาอู่ซู่ซึ่งเป็นมรดกล้ำค่าทางศิลปวัฒนธรรม ได้รับการสืบทอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทางการได้จัดให้มีการสำรวจวิชาอู่ซู่ทั้งหมดภายในขอบเขตทั่วประเทศจีน ผลที่ได้รับคือการค้นพบและสามารถทำความกระจ่างในภาค วิชานี้ได้ดีเยี่ยม และได้อาศัยพื้นฐานจากการค้นพบในครั้งนี้ เป็นที่มาในการจัดเรียบเรียง และตีพิมพ์ลงหนังสือที่ชื่อว่า ประวัติศาสตร์อู่ซู่จีน “ จงกว๋ออู่ซู่สื่อ” 中国武术史 และ วิชาหมัดมวยอาวุธศึกษา "จงกว๋ออู่ซู่เฉวี๋ยนเจี้ยลู่"

รัฐบาลจีน และอีกหลายพื้นที่ในประเทศจีน ต่างก็เคยจัดส่งคณะอู่ซู่ ทีมงาน ผู้ฝึกสอน หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญไปยังประเทศต่างๆ เพื่อให้สาธิตและแสดงศิลปะอู่ซู่ รวมทั้งจัดให้มีการบรรยายความรู้เกี่ยวกับวิชาอู่ซู่ไปแล้วหลายครั้ง รวมทั้งประเทศไทยก็เช่นกัน

ปัจจุบัน วูซู ได้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์จากเดิมที่เน้นเพียงด้านการต่อสู้ มาเป็นวัตถุประสงค์เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง , ทักษะในการป้องกันตัว, ระเบียบวินัย, สันทนาการ และการแข่งขัน

ในปี 1985 ณ เมือง " ซีอาน" ได้มีการจัดมหกรรมการแข่งขันอู่ซู่ระดับนานาชาติขึ้นเป็นครั้งแรก และได้จัดตั้งคณะ กรรมการเตรียมการสถาปนาองค์กรอู่ซู่ระดับนานาชาติ (เรียกว่า สหพันธ์อู่ซู่นานาชาติ) ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ในปี 1986 ณ เมืองเทียนจินก็ได้จัดมหกรรมการแข่งขันอู่ซู่นานาชาติขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ปี 1987 ณ เมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดมหกรรมอู่ซู่ระดับเอเชียขึ้นเป็นครั้งแรก และสหพันธ์อู่ซู่แห่งเอเชีย ก็ได้รับการสถาปนาขึ้นในเวลาเดียวกัน ต่อมาในปี 1988 ได้จัดมหกรรมการแข่งขันอู่ซู่ครั้งสำคัญ โดยการแบ่งการแข่งขันเป็น 2 ส่วน โดยเมืองหังโจวเป็นการจัดการแข่งขันอู่ซู่ประเภทเถ้าลู่(ยุทธลีลา) และประเภทสานโส่ว(ประลองยุทธ์) จัดขึ้น ณ เมืองเซินเจิ้น ในการดำเนินการครั้งนี้   การแข่งขันอู่ซู่ประเภทประลองยุทธ์ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่ง ขันในระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ ในปี 1989 ณ เมืองฮ่องกง ก็ได้จัดให้มีการแข่งขันการแข่งขันอู่ซู่ระดับเอเชียขึ้นเป็นครั้งที่ 2 และปี 1990 ณ กรุงปักกิ่ง อู่ซู่ก็ได้รับการบรรจุเข้าเป็นชนิดของการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 11 ในครั้งนั้นมีประเทศภาคีสมาชิก เข้าร่วมทั้งสิ้นรวม 11 ประเทศ และในปีนี้เองสหพันธ์อู่ซู่นานาชาติก็ได้รับการสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการ

อู่ซู่ไม่เพียงได้รับการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าเฉพาะภายในประเทศจีนเท่านั้น ต่อมาก็ประสบความสำเร็จในการผลัก ดันเข้าสู่ระดับนานาชาติอีกด้วย นับเป็นการบรรลุเป้าหมายในอุดมการณ์เผยแพร่อู่ซู่สู่มวลมนุษย์อย่างแท้จริง

 

HomeNext